turkey-019

อัฟยอน เปรียบเสมือนประตูระหว่างฝั่งทะเลพร้อมด้วยผืนแผ่นดินของอนาโตเลีย ประวัติศาสตร์เริ่มตั้งแต่ 4,000 ปีก่อนคริสตกาล อัฟยอนถูกปกครองโดยฮิตไตต์ ฟรีเจียน ลิเดียน เปอร์เซีย โรม พร้อมกับท้ายที่สุดคือไบแชนไทน์ ที่ได้ครอบครองเมืองในนาม อโครโนส (Akroenos) พร้อมทั้งถัดมาปรับเปลี่ยนชื่อคือ นิโคโปลิส (Nikopolis) ก่อนที่จะก็จะตกเป็นของเซลจุกพร้อมทั้งออตโตมันในเวลาต่อมา  ภายใต้ความสวยงามพร้อมกับประวัติศาสตร์อันยาวยาวนาน ทีมงานทัวร์ตุรกีจะอาจพาคุณไปชมอัฟยอนกันเลยจ้า

ชื่อจริงของอัฟยอนเป็น อัฟยอนคาราฮิชาร์ (Afyonkarahisar แปลว่า ป้อมฝิ่นสีดำ) เดี๋ยวนี้คือเมืองที่ปลูกฝิ่นเพื่อจะใช้ในการหมอโดยถูกต้องตามกฎหมาย และคงเป็นเมืองที่ทำอุตสาหกรรมหินอ่อน อัฟยอนมีสถานอาบน้ำแร่หลายแห่ง เป็นต้นว่า กัชลึเกล (Gazligol Kaplicatlari) เกเจ็ค (Gecek) ฮูได (Hudai) สถานที่สามารถอาบโคลนได้เป็น ซานดิคลึ (Sandikli) พร้อมมีที่อาศัยอยู่

สถานที่น่าสนใจในอัฟยอน เช่นว่า พิพิธภัณฑ์โบราณคดี จัดปรากฏโบราณวัตถุสมัยโรมัน, อนุสรณ์สถานรำลึกถึงสงครามอิสรภาพ , ป้อมรพอัฟยอน ซึ่งทำในสมัยไบแชนไทน์ ส่วนด้านเหนือมีสิ่งก่อสร้างสมัยฟรีเจีน คือหินที่ใช้ประกอบพิธีทางศาสนา นอกจากนี้ ใกล้ทางหลวงเดนิซลี (Denizli) คือที่ตั้งของเมือง Dazkili ซึงมีชื่อเสียงด้านพรมและคิลิม เป็นพรมพื้นเมืองของตุรกี

มิเลท (Milet) หรือว่าอีกชื่อหนึ่งคือ มิเลทุส ในช่วงศตวรรษที่ 10 ก่อนคริสตกาล เมืองนี้เคยคือศูนย์กลางทางการจัดจำหน่ายที่สำคัญในแถบเมดิเตอร์เรเนียน พร้อมกับเป็นบ้านเกิดของนักปรัชญาหลายๆ โบราณสถานที่สำคัญอาทิเช่น โรงละครโบราณ จุคนได้ถึง 15,000 คน เมื่อขึ้นไปไปด้านบนจะอาจเห็นทิวทัศน์ของเมืองโดยรอบ ซากวิหารเดลฟิก อะพอลโล (Sanctuary of the Delphic Apollo) โรงอาบน้ำเฟาล์ตินา (Faustina Bath) สร้างโดยจักรพรรดิโรมันชื่อว่า มาร์คุส ออเรลิอุส (Markus Aurelius) เพื่อให้คือของขวัญให้กับภรรยา ใกล้กันมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ จัดปรากฏถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่เจอในมิเลท พร้อมกับสุเหร่าอิลยัสเบย์ (Ilyas Bey Cami) สร้างในศตวรรษที่ 15 มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นโดยเฉพาะโดมภายในประดับสวยงามงามเช่นกันหินอ่อน

กูลกูบาเช (Gullubahce) หรือว่า พริเอเน (Priene) กูลกูบาเช เคยเป็นเมืองท่าสำคัญในสมัยไอออนเนียน มีความพิเศษหลากหลายในช่วง 300 ปี ก่อนคริสตกาล เมื่อมีการประชุมสภาและมีการจัดเทศกาลรื่นเริงขึ้นไปที่นี่ ผังเมืองติดตั้งแบบไว้อย่างดีคือแบบเรขาคณิต โดยฮิปโปดาโมสแห่งมิเลโทส ในศตวรรษที่ 4 ซึ่งยังสามารถเห็นได้อยู่ ในเมืองมีอะโครโบลิสซึ่งทำในสมัยเฮเลนนิสติก โบราณสถานที่ยังยังอยู่ ได้แก่ ตลาด ที่ประชุมสภา โรงละคร วิหารเดเมเตอร์ พร้อมกับวิหารอะธีนา

ดิดิม (Didim) ใช่หรือไม่ ดิดิย์มา (Didyma) ในอดีตกาล เมืองดิดิมเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ คือที่ตั้งของวิหารอะพอลโล แม้ว่าจะอาจจะเกิดการรบพุ่งพร้อมด้วยถูกเผาหลายครั้ง แต่สมัยปัจจุบัน คงสามารถเห็นมุขและทางเดินที่มีเสาเรียงรายสองฟากอยู่รอบตัววิหาร รวมทั้งรูปปั้นหัวเมดูซา วิหารอะพอลโลที่เห็นในสมัยปัจจุบันทำใหม่ในศตวรรษที่ 4 หลังจากที่ของเดิมถูกทำลายเช่นกันน้ำมือชาวเปอร์เซีย วิหารนี้เคยคือศูนย์รวมของคนทรงพร้อมกับนักบวชในยุคไอออนนิก ผู้ที่แสวงหาความทราบเกี่ยวกับโหราพยากรณ์จะอาจมาเพื่อศึกษา ซึ่งดิดิม แปลงมาจากคำว่า ดิดีย์โมยอน (Didymeion) คือภาษาโบราณ แปลว่า สถานที่ที่คนทรงบอก        ดิดิมในอดีตมีแต่เพียงนักบวชพำนักอยู่เท่านั้น ไม่มีชาวบ้านเรือนอยู่พัก นักบวชก็จะเคยพาครอบครัวมาพำนักเช่นกัน นักบวชที่ความเชื่อมั่นในเทพอะพอลโลเหล่านี้คือพวกที่มาจากเมืองเดลฟีในกรีซ วิหารในดิดิมถือว่ามีความพิเศษไม่แพ้วิหารที่เดลฟี